RSS

Monthly Archives: สิงหาคม 2011

มันไม่ใช่ โกฮับ ธรรมดา !!

มันไม่ใช่ โกฮับ ธรรมดา !!

พอดีวันนี้ผ่านไปแถว ถนน เกษตรนวมินทร์ตัดใหม่ เพื่อที่จะไปกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือ โกฮับ
ร้านนึงที่ ถนนสายนี้ เมื่อไปถึงจุดหมายนี้ ถึงกับ งงกันไป เพราะว่า ป้ายหน้าร้าน เขียนว่า  โกฮับ Gold (ณ ตอนนั้นในใจ คิดว่า มัน จะเหมือน MK Gold ไหม ??) แต่สุดท้าย ด้วยความอยากรู้ว่าเป็นยังไง ก็ตัดสินใจเข้าไปลองกินดูพอก้าวเท้าเข้าไปในร้าน
เห็นแค่โคมไฟห้อยเพดาน ก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมถึง ตั้ง ว่า “โกฮับ Gold” เรามาดูภาพบรรยากาศภายในร้านกันดีกว่า
ี่

เข้ามานั่งได้สักพักพนักงาน ก็เอาเมนูมาให้ดู เห็นเมนูแล้วถึง กับ งง ไปอีกรอบ ว่าทำไม ก๋วยเตี๋ยวทั้ง หมูและเนื้อ ชาม ล้ะ 50-60 บาท เท่ากันหมด (ตอนนั้นคิดเอาไว้ว่าแต่งร้านซะดีขนาดนี้อย่างต่ำน่าจะ ชามล้ะ 70-80 บาท) และก็มี อีกหลายเมนู เช่น  หมูสะเต๊ะ ลูกชิ้นปิ้ง ขนมหวาน ฯลฯ สุดท้ายก็ ตัดสินใจสั่ง ไปแค่ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ และ หมูสะเต๊ะ         กับ น้ำชานม อีก 2 แก้ว มาดูกันดีกว่า ว่า น่ากิน แค่ไหน

ประเดิมภาพแรกด้วยเมนู(ถือนานๆก็เมื่อยอยู่นะ) หนักง่ะ – -“

ตามด้วย ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู

ตามด้วยก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อตุ๋น(น่ากินหล่ะสิ่)

แล้วก็ น้ำชานม 30 บาท อย่างนี้จะเรียกเป็นแก้วหรือ อะไรดี ?? (อร่อยน้ะมีตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้ด้วย)

เมนูที่เสิร์ฟมาเป็นเมนูสุดท้าย คือ หมูสะเต๊ะ !!

เห็นภาพแล้ว และ รสชาติหล่ะ เป็น ยังไง บอกได้เลยว่า เหมาะสมเกินราคาและก็ปริมาณ ก๋วยเตี๋ยวอร่อยมาก โดย เฉพาะ ลูกชิ้น เพราะว่า เคยไปกินมาบางร้าน ลูกชิ้นใส่แป้งเยอะมากๆทำให้ลูกชิ้นนั้นไม่ค่อยได้รสชาติของเนื้อสัตว์ หมูสะเต๊ะ ไม้ใหญ่เนื้อเยอะ นุ่มไม่แห้ง (น้ำจิ้มเขาใส่งาด้วยไม่เคยเจอ) น้ำชานม ก็หวานกำลังดีรสชาติกลมกล่อม ><
แต่ด้วยความที่ติดใจรสชาติลูกชิ้น เลยสั่งลูกชิ้นปิ้ง อีก 5 ไม้ มาเป็นเรือเลย 555+

เมื่ออิ่มกับอาหารจานหลักกันแล้วก็ต่อด้วยของหวาน มีทั้ง ลอดช่องใบเตยโบราณ กล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อน ไอติมโบราณ ฯลฯ
สุดท้ายก็สั่งลอดช่องใบเตยโบราณ มากิน

ลอดช่องใบเตยโบราณ ถ้วยนี้ หวานอร่อย มีความหอมของกลิ่นเทียนที่่ มากับน้ำกะทิ(หรือน้ำเชื่อม)อยู่ในตัวถ้าใครเคยกลิ่นก็จะรู้กันว่าเป็นยังไง ^^ สุดท้าย ก็กลับออกไปพร้อมกับ ความอิ่ม อร่อย และการให้บริการที่ของร้าน ^^

ร้านก๋วยเตี๋ยว โกฮับ Gold ตั้งอยู่ที่ ถนนเกษตรนวมินทร์ตัดใหม่ เส้นขาออกไปถนนรามอินทรา ติดกับ
หมู่บ้านบางกอกบูเลอวาด

Advertisements
 
1 ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 30, 2011 in Uncategorized

 

ดนตรีสากล

 

 

 

 

ประวัติดนตรีสากล

การสืบสาวเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของ ดนตรีตั้งแต่สมัยโบราณมา นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้ได้เรื่องราว สมัยของการรู้จักใช้อักษรหรือสัญลักษณ์อื่นๆ  เพึ่งจะมีปรากฏและเริ่มนิยมใช้กันในสมัยเริ่มต้นของยุค  Middle   age    คือระหว่างศตวรรษที่ 5-6   และการบันทึกมีเพียงเครื่องหมายแสดงเพียงระดับของเสียง  และจังหวะ    ( Pitch  and   time )    ดนตรีเกิดขึ้นมาในโลกพร้อมๆกับมนุษย์เรานั่นเอง  ในยุคแรกๆมนุษย์อาศัยอยู่ในป่าดง  ในถ้ำ   ในโพรงไม้   แต่ก็รู้จักการร้องรำทำเพลงตามธรรมชาติ   เช่นรู้จักปรบมือ  เคาะหิน  เคาะไม้  เป่าปาก  เป่าเขา  และเปล่งเสียงร้องตามเรื่อง  การร้องรำทำเพลงไปเพื่ออ้อนวอนพระเจ้าเพื่อช่วยให้ตนพ้นภัย   บันดาลความสุขความอุดมสมบูรณ์ต่างๆให้แก่ตน   หรือเป็นการบูชาแสดงความขอบคุณพระเจ้าที่บันดาลให้ตนมีความสุขความสบาย

         โลกได้ผ่านหลายยุคหลายสมัย  ดนตรีได้วิวัฒนาการไปตามความเจริญและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์  เครื่องดนตรีที่เคยใช้ในสมัยเริ่มแรกก็มีการวิวัฒนาการมาเป็นขั้นๆ  กลายเป็นเครื่องดนตรี   ที่เราเห็นอยู่ทุกวัน   เพลงที่ร้องเพื่ออ้อนวอนพระเจ้า  ก็กลายมาเป็นเพลงสวดทางศาสนา   และเพลงร้องโดยทั่วๆไป
ในระยะแรก  ดนตรีมีเพียงเสียงเดียวและแนวเดียวเท่านั้นเรียกว่า  Melody    ไม่มีการประสานเสียง  จนถึงศตวรรษที่ 12  มนุษย์เราเริ่มรู้จักการใช้เสียงต่างๆมาประสานกันอย่างง่ายๆ  เกิดเป็นดนตรีหลายเสียงขึ้นมา

ยุคต่างๆของดนตรีสากล
นักปราชญ์ทางดนตรีได้แบ่งดนตรีสากลออกเป็นยุคต่างๆดังนี้

1. Polyphonic  Perio (ค.ศ. 1200-1650)  ยุคนี้เป็นยุคแรก  วิวัฒนาการมาเรื่อยๆ  จนมีแบบฉบับและหลักวิชการดนตรีขึ้น  วงดนตรีอาชีพตามโบสถ์ ตามบ้านเจ้านาย และมีโรงเรียนสอนดนตรี

http://z.about.com/d/musiced/1/0/Z/vivialdi.jpg

         2. Baroque  Period  (ค.ศ. 1650-1750)  ยุคนี้วิชาดนตรีได้เป็นปึกแผ่น  มีแบบแผนการเจริญด้านนาฏดุริยางค์    มีมากขึ้น  มีโรงเรียนสอนเกี่ยวกับอุปรากร  (โอเปร่า)  เกิดขึ้น  มีนักดนตรีเอกของโลก 2 ท่านคือ  J.S. Bach   และ    G.H.   Handen

http://0.tqn.com/d/musiced/1/0/L/C/gluck.JPG

         3.Classical  Period ( ค.ศ. 1750-1820 )  ยุคนี้เป็นยุคที่ดนตรีเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่  มีความรุ่งเรืองมากขึ้น  มีนักดนตรีเอก 3 ท่านคือ  HaydnGluck   และMozart

http://www.unl.edu/sbehrend/html/sbsite/images/RobinsonHoppner.jpg

         4. Romantic Period  ( ค.ศ. 1820-1900 )  ยุคนี้มีการใช้เสียงดนตรีที่เน้นถึงอารมณ์อย่างเด่นชัดเป็นยุคที่ดนตรีเจริญ ถึงขีดสุด เรียกว่ายุคทองของดนตรี นักดนตรีเช่น Beetoven และคนอื่นอีกมากมาย

http://image.dek-d.com/23/2371363/104308007

         5.Modern  Period  ( ค.ศ. 1900-ปัจจุบัน ) เป็นยุคที่ดนตรีเปลี่ยนแปลงไปมาก  ดนตรีประเภทแจ๊ส (Jazz) กลับมามีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน

         ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละชาติ  ศาสนา  โดยเฉพาะทางดนตรีตะวันตก   นับว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศาสนามาก      บทเพลงที่เกี่ยวกับศาสนาหรือเรียกว่าเพลงวัดนั้น  ได้แต่งขึ้นอย่างถูกหลักเกณฑ์    ตามหลักวิชาการดนตรี  ผู้แต่งเพลงวัดต้องมีความรู้ความสามารถสูง  เพราะต้องแต่งขึ้นให้สามารถโน้มน้าวจิตใจผู้ฟังให้นิยมเลื่อมใสในศาสนามาก ขึ้น  ดังนั้นบทเพลงสวดในศาสนาคริสต์จึงมีเสียงดนตรีประโคมประกอบการสวดมนต์   เมื่อมีบทเพลงเกี่ยวกับศาสนามากขึ้น  เพื่อเป็นการป้องกันการลืมจึงได้มีผู้ประดิษฐ์สัญลักษณ์ต่างๆแทนทำนอง  เมื่อประมาณ ค.ศ.  1000  สัญลักษณ์ดังกล่าวคือ  ตัวโน้ต ( Note )  นั่นเอง  โน้ตเพลงที่ใช้ในหลักวิชาดนตรีเบื้องต้นเป็นเสียงโด  เร  มี นั้น  เป็นคำสวดในภาษาละติน   จึงกล่าวได้ว่าวิชาดนตรีมีจุดกำเนิดมาจากวัดหรือศาสนา  ซึ่งในยุโรปนั้นถือว่าเพลงเกี่ยวกับศาสนานั้นเป็นเพลงชั้นสูงสุด

         วงดนตรีที่เกิดขึ้นในศตวรรษต้นๆจนถึงปัจจุบัน  จะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป  เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงก็มีจำนวนและชนิดแตกต่างกันตามสมัยนิยม  ลักษณะการผสมวงจะแตกต่างกันไป  เมื่อผสมวงด้วยเครื่องดนตรีที่ต่างชนิดกัน  หรือจำนวนของผู้บรรเลงที่ต่างกันก็จะมีชื่อเรียกวงดนตรีต่างกัน

ประเภทของเพลงดนตรี
เพลงประเภทต่างๆ  แบ่งตามลักษณะของวงดนตรีได้  6  ประเภท  ดังนี้ 

http://bit.ly/neGlYs    

         1. เพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า  ( Orchestra )   มีดังนี้

                  – ซิมโฟนี่ (Symphony) หมายถึงการบรรเลงเพลงโซนาตา ( Sonata) ทั้งวง  คำว่าSonata  หมายถึง  เพลงเดี่ยวของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ  เช่นเพลงของไวโอลิน  เรียกว่า  Violin  Sonata  เครื่องดนตรีชนิดอื่นๆก็เช่นเดียวกัน   การนำเอาเพลง

                  โซนาตาของเครื่องดนตรีหลายๆชนิดมาบรรเลงพร้อมกันเรียกว่า  ซิมโฟนี่

                  – คอนเซอร์โต  ( Concerto)  คือเพลงผสมระหว่างโซนาตากับซิมโฟนี่  แทนที่จะมีเพลงเดี่ยวแต่อย่างเดียว  หรือบรรเลงพร้อมๆกันไปในขณะเดียวกัน  เครื่องดนตรีที่แสดงการเดี่ยวนั้น   ส่วนมากใช้ไวโอลินหรือเปียโน

                  – เพลงเบ็ดเตล็ด  เป็นเพลงที่แต่งขึ้นบรรเลงเบ็ดเตล็ดไม่มีเนื้อร้อง

http://bit.ly/nT9igD

         2. เพลงที่บรรเลงโดยวงแชมเบอร์มิวสิค  ( Chamber  Music )  เป็นเพลงสั้นๆ  ต้องการแสดงลวดลายของการบรรเลงและการประสานเสียง  ใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย  คือไวโอลิน วิโอลา และเชลโล

http://bit.ly/mYivS2

         3.  สำหรับเดี่ยว  เพลงประเภทนี้แต่งขึ้นสำหรับเครื่องดนตรีชิ้นเดียวเรียกว่า   เพลง โซนาตา

http://bit.ly/qr5yIp

         4. โอราทอริโอ  ( Oratorio )  และแคนตาตา ( Cantata)  เป็นเพลงสำหรับศาสนาใช้ร้องในโบสถ์  จัดเป็นโอเปรา แบบหนึ่ง  แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา

http://bit.ly/oQ9pbH

         5. โอเปรา ( Opera )  หมายถึงเพลงที่ใช้ประกอบการแสดงละครที่มีการร้องโต้ตอบกันตลอดเรื่อง   เพลงประเภทนี้ใช้ในวงดนตรีวงใหญ่บรรเลงประกอบ

http://bit.ly/qxNnSe

 

         6. เพลงที่ขับร้องโดยทั่วไปได้แก่  เพลงที่ร้องเดี่ยว   ร้องหมู่  หรือร้องประสานเสียงในวงออร์เคสตรา    คามวงคอมโบ  ( Combo) หรือชาโดว์  (Shadow )  ซึ่งนิยมฟังกันทั้งจากแผ่นเสียงและจากวงดนตรีที่บรรเลงกันอยู่โดยทั่วไป

เครดิต http://blog.eduzones.com/omike/3934

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 30, 2011 in Uncategorized